ความเข้าใจผิดในปริมาณคิวของรถดิน

สำหรับการรับถมที่ดินจะมีการขนส่งดิน รถบรรทุกมีความจำเป็นในการขนส่งจากแหล่งดิน หรือ บ่อดิน ไปสู่ที่ดิน ดังนั้นหลายๆ ครั้งที่ท่านเจ้าของที่ ต้องการทราบว่าใช้รถดินประมาณกี่เที่ยวถึงจะถมเต็ม หรือ รถบรรทุก 1 คันจะได้ปริมาณดินเท่าไร ดังนั้นในการรับถมดิน จึงต้องคำนวณปริมาตรของดินที่ต้องใช้ ซึ่งคำนวณ จากขนาดพื้นที่ และ ระดับความสูงที่จำเป็นต้องถม ดังนั้นการคำนวณคือ ใช้ความกว้างของที่ดิน คูณ ความยาวของที่ดิน คูณความสุงที่ต้องการถม จะได้เป็นปริมาตรดินในถม ต่อมาเรามาดูในเรื่องของชนิดของรถดิน หรือ รถดัมส์ที่ใช้ในการส่งดิน โดยทั่วไปรถบรรทุกธรรมดาจะบรรทุกของได้ แต่ไม่สามารถยกในส่วนของกระบะขึ้นเพื่อเทวัสดุออกมาได้ แต่รถดัมส์ สามารถที่จะเทวัสดุออกได้ ในการขนส่งดินเราจะใช้รถดัมส์เพื่อง่ายต่อการเทวัสดุออกจากรถ รถบรรทุกมีหลายขนาด โดยแบ่งได้ตามจำนวนของล้อรถ จะมีรถบรรทุก หกล้อ สิบล้อ สิบสองล้อ สิบหกล้อ สิบแปดล้อ และ รถพ่วง ซึ่งจะสามารถดัดแปลงโครงรถ หรือ คัสซี เพื่อเพิ่มเพลาในการเพิ่มจำนวนล้อรถได้ จำนวนล้อมากก็จะสามารถใส่วัสดุได้มากตามไปด้วย ขนาดรถบรรทุกดินที่เป็นที่รู้จักคือ หกล้อเล็ก, หกล้อใหญ่, สิบล้อ และ รถพ่วง ซี่งรถแต่ละประเภทจะมีขนาดกระบะใส่วัสดุที่มีขนาดแตกต่างกันดังนี้

หกล้อเล็ก มีหลายขนาดกระบะ ตั้งแต่ 3 คิว, 4 คิว, 5 คิว และ 6 คิว

รถบรรทุกหกล้อเล็ก

หกล้อใหญ่ จะมีขนาดกระบะ 8 คิว, 9 คิว, 10 คิว จนถึง 13 คิว

รถบรรทุกหกล้อใหญ่

สิบล้อ จะมีขนาดกระบะ ตั้งแต่ 15 คิว จนถึง 24 คิว

รถบรรทุก 10 ล้อ

รถพ่วง จะเป็นรถสิบล้อที่มีการเพิ่มส่วนพ่วงขึ้น ซึ่งจะสามารถใส่วัสดุ ได้มากกว่าสองเท่าของรถสิบล้อ

รถพ่วงบรรทุกดินลูกรัง

หมายเหตุ : ปริมาตร 1 คิว หมายถึง ขนาดดิน กว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และ สูง 1 เมตร

ปริมาณดินที่ได้จะใกล้เคียงกับขนาดของกระบะรถ หรือ เรียกว่าปริมาณดินบนรถ หรือ ปริมาณดินหลวม ในกรณีที่ต้องนำดินมาใช้ในการบดอัดทางวิศวกรจะได้ อัตราส่วน 1.5 คูณจำนวนดินหลวมเพื่อมาบดอัด นั่นหมายความว่า ดินหลวม 1.5 คิว เมื่อนำมาถมแบบบดอัดแน่นจะได้เพียง 1 คิว

ปริมาณดินจะได้น้อยลง เมื่อต้องมีการขนส่งวัสดุระยะทางไกล รถบรรทุกจะต้องวิ่งผ่านด่านชั่งน้ำหนัก ซึ่งในกรณีนี้จำเป็นจะต้องใส่ปริมาณดินในน้อยลง หรือ ต่ำกว่าขอบกระบะ เพื่อลดน้ำหนักไม่ให้เกินกำหนด

ในการรับถมดิน การใช้รถบรรทุกดินที่มีขนาดใหญ่ จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด แต่ในกรณีที่การใช้ปริมาณดินน้อยควรเลือกขนาดรถบรรทุกเล็กเพราะจะง่ายต่อการทำงาน

ขายบ้านพร้อมที่ดิน บางใหญ่ 53.6 ตารางวา (ช่วยลงประกาศโดยทีม รับถมดิน)

ขายบ้านพร้อมที่ดิน ด่วน!!!

ลงประกาศวันที่ 26 กรกฎาคม 2558

(ทีม รับถมดิน ช่วยลงประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน)

ขายบ้านเดี่ยวชั้นเดียว พร้อมที่ดิน 53.6 ตารางวา แปลงหัวมุม ติดถนนเลียบคลอง ถนนบางใหญ่ นนทบุรี ทำเลค้าขายดี
ธุรกิจเดิมเปิดกิจการอู่ซ่อมรถ อยู่ติดถนนคลองถนน บางใหญ่ 4 กิโลเมตรจากถนนกาญจนาภิเษกใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางใหญ่
หน้ากว้าติดถนนใหญ่ 35 เมตร เป็นที่แปลงหัวมุม
ทำเลดีเหมาะค้าขายทำกิจการ ที่จอดรถสะดวก อยู่ตรงข้ามหมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ ถนนคลองถนน ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

เสนอราคาขาย 4,800,000 บาท
โทร. 085-070-4929 ต๋องครับ

สิ่งปลูฏสร้างที่เสนอขายคือ สภาพอู่ซ่อมรถอยู่ในสภาพดีสามารถใช้งานได้ เป็นที่โล่งกว้าง สามารถทำธุรกิจเดิมต่อได้เลย หรืออาจลงทุนต่อเติมเพิ่มให้ดูดีกว่าเดิม และ ทำเป็นอู่ซ่อมรถรถอย่างดีขนาดใหญ่ได้ อาคารบ้านเป็นบ้านปูนหนึ่งชั้นภายในแบ่งสัดส่วนได้เป็นอย่างดี สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที ตัวบ้านสภาพดีไม่เก่า และ โทรม สามารถใช้ได้ดีทุกอย่างท่านไม่ต้องบูรณะอะไรเลย ตั้งอยู่บนถนนเส้นที่รถวิ่งผ่านเป็นจำนวนมาก และ บริเวณดังกล่าวก็มีโรงงาน ห้างร้าน บริษัท ตั้งอยู่จำนวนมากด้วยเช่นกัน เหมาะแก่การลงทุนเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญ ถนนเส้นนี้แยกออกมาจากถนนกาญจนาภิเษกเพียง 4 กิโลเมตร เหมาะที่จะลงทุนทำได้หลายธุรกิจ ไม่ใช่เพียงถนนหลักที่ใช้เดินทางเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นเส้นทางลัดในการเดินทางเชื่อมต่อออกต่างจังหวัดเป็นถนนที่รถบรรทุกสินค้า รถกระจายสินค้าหลายคันใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางด้วยเช่นกัน และ ยังเป็นถนนที่มีความสำคัญมากอีกด้วยเช่นกันในหลายๆ อย่างที่เราไม่ได้กล่าวถึง

สนใจติดต่อสอบถามได้ตลอดเวลา เราเสนอขายท่านในราคาถูกเมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับทำเล และ ยังมีธุรกิจ และ สิ่งปลูกสร้างอยู่บนแปลงที่ดินพร้อมให้ท่านพร้อมใช้งานได้ทันที

สนใจติดต่อสอบถามได้ตลอด สามารถเข้าดูสถานที่จริงก่อนตัดสินใจได้

 

พื้นที่แปลงด้านซ้ายของที่ดิน ติดอู่ซ่อมรถ สภาพภายในตัวบ้าน ของที่ดิน
ถนนทางเข้าบ้านพร้อมที่ดิน ถนนเลียบคลอง มุมภาพเลียบคลอง ด้านตรงข้ามของที่ดิน
ขายบ้านพร้อมที่ดิน 53.6 ตารางวา

 

แนะนำขั้นตอนถมดิน

วัสดุที่เหมาะสมในการถมที่ดิน เพื่อการปลูกสร้างบ้าน : ถ้าอยู่พื้นที่ในเมือง ดินถม หรือ ดินที่ได้จากการขุดเพื่องานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ เช่น การสร้างห้างสรรพสินค้า การสร้างคอนโดสูง และ อื่นๆ จะเกิดการนำดินออกเพื่อทำในส่วนชั้นใต้ดิน หรือ งานฐานรากขนาดใหญ่ใต้ดิน ซึ่งดินชนิดนี้จะราคาถูก เพราะต้องมีการขนออก ในส่วน ท่านเจ้าของที่ดินที่มีพื้นที่อยู่ ปริมณฑล หรือ ต่างจังหวัด ดินบ่อจะมีราคาถูกกว่า เนื่องจาก ระยะทางในการขนดินสั้นกว่า (ภาพรวม ปัจจัยของระยะทางในการขนดิน จะเป็นตัวแปรส่วนใหญ่ของราคา ถมดิน)

การจำแนกและวิเคราะห์ดิน

ดิน ตามสิ่งที่เรารู้มีหลากหลายประเภทแต่งต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาแยกดินและวิธีที่ใช้วิเคราะห์ดิน เพื่อให้เหมาะพื้นไร่ พื้นนา

วิธีวิเคราะห์เนื้อดิน

วิธีวิเคราะห์นั้นมีหลายวิธี แต่วิธีที่ถูกนิยมนใช้กับสภาพท้องไร่ท้องนาหรือในสนามคือการสัมผัส อาศัยความรู้สึกจากประสาทสัมผัสที่ได้จากสายตา และนิ้วมือกับดินที่มีความชื้น มาถูระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จะบอกได้ว่าเป็นดินชนิดไหน เช่นเมื่อเกิดความรู้สึกสากมือคือดินนั้นค่อนข้างหยาบ แต่ถ้าดินเหนียวติดมือก็แสดงว่าดินนั้นค่อนข้างละเอียด ซึ่งวิธีนี้อาจต้องใช้ความชำนาญหรือประสบการณ์ค่อนข้างสูง
สำหรับการวิเคราะห์เนื้อดินให้ได้ความถูกต้องมากที่สุดคือการเก็บตัวอย่างดินส่งให้ห้องปฏิบัติการของหน่วยราชการทำการวิเคราะห์ตัวอย่าง ซึ่งมีอยู่หลายหน่วยงาน ซึ่งวิธีที่นิยมใช้ในห้องปฏิบัติการคือวิธีที่เรียกว่า วิธีไฮโดรมิเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้วัดหาความหนาแน่นของสารที่สามารถแขวนลอยอยู่ในของเหลวได้ โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเครื่องไฮโดรมิเตอร์ เป็นตัววัดสารแขวนลอย วิธีการนี้มีหลายขั้นตอนจึงจะได้ค่าเปอร์เซ็นของกลุ่มขนาดทรายและซิลท์ หลังจากได้ค่าของกลุ่มขนาดของดินแล้วจึงนำมาเปรียบเทียบตารางสามเหลี่ยมตามรูปด้านล่าง ก็จะสามารถจำแนกประเภทดินได้

soil

สำหรับการใช้ตารางคือเมื่อทราบของประเภทเนื้อดิน ก็ทำการลากเส้นจากจุดที่ได้ทราบค่าเปอร์เซ็นของกลุ่มขนาดดินทรายกับกลุ่มขนาดดินเหนียวมาตัดกันในจุดใดในกลุ่มดินก็แสดงว่าดินที่นำมาทดสอบมีลักษณะเนื้อดินอยู่ในกลุ่มดินนั้น
ซึ่งตารางสามเหลี่ยมสามารถจัดชั้นของเนื้อดินได้ 12 ชนิด และสามารถจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้อีก 3 กลุ่ม คือ

  1. เนื้อดินละเอียดหรือดินเหนียว ลักษณะเด่นคือ มีกลุ่มขนาดของอนุภาคดินเหนียวมากกว่าดินชนิดอื่น กลุ่มดินที่พบได้แก่ ดินร่วนเหนียว ดินเหนียวปนทราย ดินเหนียวปนทรายแป้ง ดินร่วนเหนียวปนทราย ซึ่งดินประเภทนี้เหมาะสำหรับทำที่นาปลูกข้าว เพราะสภาพเนื้อดินสามารถอุ้มน้ำได้ดีมาก ทำให้เกิดน้ำขังได้นานเท่ากับช่วงระยะเวลาการเพาะปลูกข้าว จะพบดินลักษณะนี้ได้บริเวณ ภาคกลาง
  2. เนื้อดินปานกลาง ลักษณะเนื้อดินชนิดนี้เหมาะสำหรับปลูกพืชได้ทุกชนิดเนื่องจากเนื้อดินในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งกลุ่มดินนี้ได้แก่ ดินร่วนปนทรายแป้ง ดินร่วน และ ดินทรายแป้ง
  3. เนื้อดินหยาบ เป็นเนื้อดินที่มีลักษณะเป็นดินทราย เช่น ดินทราย และดินร่วนปนทราย พบมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปรับเปลี่ยนพัฒนาหัวใจให้กล้าสู้ (ตอนที่ 1)

หลายๆ ครั้งการสู้ก็ต้องการเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายก็จะหาหนทางที่จะทำ แต่จิตใจที่ลืมเป้าหมาย หรือ หลงทางจากเป้าหมายย่อมเกิดการท้อและไม่แน่ใจ บางคนเมื่อเผชิญกับปัญหาก็จะหลงทาง  หรือ หลงเข้าใจผิด มีคำคมเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่มีคนใดสะดุดภูเขาล่ม มีแต่สะดุดก้อนหินล้ม” ดังนั้นลองวิเคราะห์ปัญหาให้ดี เพราะมันอาจจะเป็นแค่ก้อนหินเล็กๆ ที่สามารถเดินข้ามได้ หลายปีมานี้มีรายการโทรทัศน์ “สู้แล้วรวย” ซึ่งเป็นรายการหนึ่งที่ให้กำลังใจมาก จำได้ว่ารายการนี้เกิดขึ้นมาหลงจากประเทศไทยเราต้องประสบกับภาวะปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงหลังปี 2540 เป็นต้นมา ซึ่งในเวลานั้นมีคนที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจำนวนมากมีแต่ข่าวที่ไม่ดี บริษัทต่างๆ ลดคนงานออก แม้แต่ธนาคารหลายแห่งก็ต้องลดจำนวนพนักงาน รายการนี้เกิดขึ้นมาอย่างได้จังหวะและประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเนื้อหาของรายการส่วนใหญ่ก็จะเป็นการสัมภาษณ์คนที่สู้ชีวิตมาแต่ในวันนี้เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จแล้ว มีคนดูจำนวนมากเรตติ้งกระฉูดก็ว่าได้ ที่ว่ามานี้ไม่ใช่จะแนะนำรวยการของเขา แต่ดิฉันอยากจะบอกว่า อันที่จริงแล้วเราแทบจะไม่ต้องดูรายการจนจบเลยก็ว่าได้ เพราะมีอยู่อย่างหนึ่งอันเป็นส่วนประกอบของรายการนี้ที่น่าสนใจและสรุปออกมาให้เราได้คิด ส่วนประกอบที่ว่านี้ก็คือ เพลงนำ หรือ เพลงประกอบของรายการนี้ละค่ะ บอกตามตรงว่าเข้าเป้าที่สุดด้วยประโยคท่อนฮุคที่ว่า “สู้ ๆ เท่านั้น สู้แล้วรวย” ก่อนที่เราจะทำอะไร จงเริ่มต้นที่การทำใจ และ เริ่มทำให้หัวใจของเราสู้ จำเอาไว้ว่า สู้ สู้เท่านั้น สู้แล้วไม่มีวันแพ้

สู้สุดใจ ไปให้ถึง

ดินฉันไม่แน่ใจหรืออาจจะบอกได้ว่าไม่รู้จักคนเขียนหรอก (ต้องขออภัยผู้เขียนเพลงด้วยค่ะ) แต่อยากจะชื่นชมว่าเขียนได้เข้าเป้าและมีความหมายอย่างมาก

“สู้ ๆ เท่านั้น สู้แล้วรวย” นี้บอกตรงๆ ให้เราได้รู้และได้คิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราได้เลื่อนไหลไปตามเรื่องราวของผู้ที่ประสบความสำเร็จที่รายการนำมาเสนอด้วยแล้วเราก็จะยิ่งเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นว่า “สู้แล้วรวยจริงๆ” ทั้งนี้เพราะแขกของรายการเขาส่วนมากจะมาจากคนที่เริ่มต้นด้วยทุนทางชีวิตไม่มากนักแต่ปัจจุบันมีทุนแห่งความสำเร็จสูงนั้นเอง

เราต้องตั้งคำถามนะคะ  ว่าการสู้แล้วรวยนี้มันจริงหรือไม่ หรือหากเรามองให้กว้างออกไปอีก คือบางคนไม่ได้คิดหรือไม่ได้ต้องการที่จะรวยเราจะบอกได้ว่าสู้แล้วประสบความสำเร็จ

เรื่องนี้ดิฉันอยากจะบอกและยืนยันให้ผู้อ่านในที่นี้อีกครั้งหนึ่งว่า หากเราสู้แล้ว รับรองว่าเราสำเร็จ

เรื่องนี้มีกรณีตัวอย่างอยู่ไม่น้อยแล้วนะคะ ในหมู่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ว่าพวกเขาต่อสู้มาสักเท่าไร ครานี้ดิฉันอย่ากจะผนวกเอาเรื่องอีกอรื่องมาให้ได้คิดกัน

ปรับเปลี่ยนพัฒนาหัวใจให้กล้าสู้ (ตอนที่ 2)

มีงานของสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ เขาทำเรื่องของคนที่ประสบความสำเร็จในวงการต่างๆ แล้วก็พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากล้วนแล้วแต่มาจากการสนใจและฝึกฝนและเอาจริงเอาจังในหน้าที่การงานนั้น

“ชีวิตคุณดีขึ้นไม่ได้ด้วยความบังเอิญ แต่ชีวิตคุณดีขึ้นด้วยการเปลี่ยนแปลง”

เนื้อหาของเชาชี้ออกมาว่า วงดนตรีเดอะบิทเทิ้ล ใช้เวลาในการเล่นดนตรีอยู่ในผับเล็ก ๆ ในเมืองลิเวอร์พูลอย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมง ซึ่งอันที่จริงแล้วการเล่นติดต่อกันทุกวันนั้นเองที่กลายเป็นเหมือนการฝึกฝนของพวกเชาจนเวลาต่อมาประสบความสำเร็จ

การฝึกซ้อมกีต้าร์

จิมมี่ เฮนดริก ฝึกซ้อมเล่นกีตาร์ของตัวเองวันหนึ่งไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง อยู่เป็นเวลาหลายปีต่อมาเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักกีตาร์มือดีที่สุดของโลกคนหนึ่ง

ดิเอโก มาราโดนา เคยหยุดเรียนและหันาซ้อมเล่นฟุตบอลในวัยเด็ก อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงเป็นเวลากว่า 5 ปีสุดท้ายเขาก็เป็นนักฟุตบอลมหัสจรรย์ของโลก

เออเนสต์ เฮมิงเวย์ นอนเขียนหนังสืออยู่ในบ้านของตัวเองในวันที่เขายังไม่เป็นนักประพันธ์ระดับโลก โดยไม่ออกจากบ้านเลยเป็นปี ว่ากันว่าการเขียนของเขาเวลานั้น เขาเขียนหนังสือวันละเกิน 10 ชั่วโมง ผลงานในช่วงแรกของเขาส่วนใหญ่จะขย้ำทิ้ง แต่ต่อมาเมื่อเขาเอาจริงเอาจังเขาก็เป็นนักเขียนรางวัลโนเบล ที่โลกยังกล่าวถึงและมีคนอ่านงานของเขาทั่วโลก

หรือแม้แต่ บิล เกตต์ เจ้าพ่อคอมพิวเตอร์ ว่ากันว่าในวัยเด็กเขายุ่งอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือไฟฟ้าต่างๆ ในโรงรถของผู้เป็นพ่อ ทุกวัน เวลาที่เขาเสียไปในแต่ละวันไม่น้อยกว่าวันละ 10 ชั่วโมง ต่อมาเขาคือเจ้าพ่อคอมพิวเตอร์

แล้วไอน์สไตน์ล่ะคงไม่ต้องพูดถึงกันเลยว่าแต่ละวันเขาหัวฟูอยู่กับตัวเลขและสูตรต่างๆ ทางฟิสิกส์ จนสุดท้ายก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่โลกไม่ลืม

ยังมีอัจฉริยะและคนที่สำเร็จในโลกอีกมาก ที่เป็นเช่นนี้ รายงานชิ้นนี้สรุปออกมาว่า คนที่อย่ากจะประสบความสำเร็จแท้จริงนั้นอย่างน้อยที่สุดต้องเอาจริงเอาจังกับเป้าหมายของตัวเอง อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ชั่วโมง

นี่คือสิ่งยืนยันให้เห็นว่า ความสำเร็จนั้นไม่ใช่จะได้มาด้วยความง่ายดาย หากแต่มันได้มาแน่หากว่าเราเอาจริงเอาจังกับมัน

เช่นกันเหมือนกับที่เขาบอกเอาไว้นะแหละค่ะว่า “สู้ๆ เท่านั้น สู้แล้วรวย”

ดังนั้นดิฉันอยากจะบอกว่า การที่คนเรามัวแต่มานั่งบอกกับตัวเองว่า ฉันไม่มีโอกาสหรือฉันไม่ชนะเสียทีเพราะอะไรต่างๆ นั้นผิดถนัดเลย คนที่เขาประสบความสำเร็จนั้นเพราะเขามุ่งแต่จะเดินเข้าไปหามัน เดินเข้าไปอย่างมุ่งมั่นและฝึกฝน ที่สำคัญต้องจริงจังไม่เขว่และไม่มัวแต่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งส่อใจรอบข้าง แล้วคนๆ นั้นก็จะประสบความสำเร็จเอง

ปรับเปลี่ยนพัฒนาหัวใจให้กล้าสู้ (ตอนที่ 3)

คนบางคน เริ่มทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แน่นอนว่ามีเป้าหมายอยู่ชัดเจนแล้ว แต่เมื่อได้เริ่มทำก็จะเริ่มแสวงหาคำว่าท้อถอย ทั้งที่แท้จริงปัญหาที่เดินเข้ามานั้นเป็นแค่เรื่องเล็กๆ เท่านั้นแต่กลับมองว่ามันยิ่งใหญ่จนเราไม่สามารถที่จะแก้ไขมันได้แล้ว สุดท้ายก็ยอมแพ้

เป็นการยอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้สู้กับมันเลย แล้วอย่างนี้จะมาเรียกร้องหาความสำเร็จทำไม สู้ยอมแพ้เสียตั้งแต่ต้นไปเถอะ แต่หากว่าอยากจะชนะก็ต้องสู้

นักมวยเมื่อขึ้นเวทีแล้ว หากบอกกับตัวเองว่า ฉันแพ้แน่ๆ รับรองได้ ร้อยทั้งร้อยแพ้ทั้งนั้นละค่ะ ฉะนั้นอย่าลืมว่าหากเราต้องขึ้นไปบนเวทีแล้วเราต้องมีปรัชญาในหัวใจของเราทันีว่า เราต้องชนะ

สู้สู้

การบังคับและการบอกตัวเองเช่นนั้น นักจิตวิทยาเขาบอกเอาไว้แต่ต้นแล้วว่ามันเป็นเรื่องที่ดีทั้งนี้เพราะมันเป็นการบอกกับตัวเองเหมือนกับการสะกดจิตของเราให้รู้ว่ามันจะต้องชนะ เมื่อรู้แล้วร่างกายทุกองคาพยพก็จะพร้อมที่จะต่อสู้ แล้วความสำเร็จก็จะไม่หนีไปไหน

มาถึงตรงนี้ดิฉันอยากจะบอกให้เราคิดอีกสักหนึ่งกรณี ไม่แน่ใจว่าท่านผู้อ่านจะเคยได้ยินเรื่องการรักษาโรคมะเร็งด้วยจิตใจหรือปล่าวค่ะ

เรื่องของเรื่องก็คือว่ามีปรากฎการณ์อยู่ไม่น้อยในต่างประเทศหรือแม้แต่ในประเทศเราเอง ที่คนซึ่งเอาชนะมะเร็งร้ายได้ ด้วยการใช้พลังแห่งจิตใจมาเอาชนะกับมัน

คนที่อยากจะประสบความสำเร็จแท้จริงนั้นอย่างน้อยที่สุดต้องเอาจริงเอาจังกับเป้าหมายของตัวเอง อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ชั่วโมง

เขาเหล่านี้เมื่อรู้ว่าร่างกายของตัวเองเป็นมะเร็งแล้ว เขาและเธอก็เริ่มแผนในการฟื้นฟูที่สำคัญที่สุดก็คือการฟื้นฟูทางจิตใจ นักจิตวิทยาและหมอบางท่านพบว่า บางคนสามารถเอาชนะมะเร็งได้ด้วยการแค่คดว่าเจ้ามะเร็งมันกำลังตายลงไปจากร่างกายของเราทุกวันแล้วเท่านั้น การคิดและความเชื่อนี้มีพลังอย่างมหาศาลเลย มันสามารถทำอะไรก็ได้ เชื่อเถอะค่ะ เราจงเชื่อเอาไว้ก่อนเลยว่า เราจะต้องขนะในทุกอุปสรรคได้ก็ด้วยหัวใจของเรา

ฉะนั้นก่อนที่เราจะทำอะไรต่อจากนี้ไป จงเริ่มต้นที่ การทำใจและเริ่มทำให้หัวใจของเราสู้ จำเอาไว้ว่า สู้ สู้เท่านั้น สู้แล้วไม่มีวันแพ้

เขื่อนซานเสียต้าป้า เขื่อนยักษ์สามผา ทำแกนโลกเอียง

5

จากความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน ที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกมาแล้ว ณ.วันนี้สิ่งก่อสร้างบนแม่น้ำแยงซีเกียงกับ ความภูมิใจของคนทั้งเอเชีย กับความยิ่งใหญ่จะมีผลทำให้แกนโลกเอียงได้ ด้วยงบประมาณ 25,000 ล้านดอรร์ล่า ระยะเวลา 15 ปี คนงาน 20,000 คน กับการอพยพย้ายถิ่นของคนจีนจำนวนมาก กับความภูมิใจที่กำลังล้าสมัย จำนวนเม็ดเงินมหาศาลกับการทุ่มทุนสร้างสิ่งก่อสร้างที่มีราคาแพงที่สุดติดอันดับ 2 ของโลกซึ่งเกิดเป็นความภูมิใจของคนทั้งเอเชียและจีนเองในเรื่องความภูมิใจทางวิศวกรรม สิ่งก่อสร้าง

สิ่งก่อสร้างที่พูดถึงนี้คือ Three Gorges Dam หรือที่เรียกภาษาไทยว่า เขื่อนทรีกอร์เจียส หรือจะเป็นภาษาบ้านๆที่ชาวจีนเรียก เขื่อนซานเสียต้าป้า หรืออีกชื่อที่เรียกว่า เขื่อนยักษ์สามผา บนลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง เมืองอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย์ สร้างขึ้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และป้องกันน้ำท่วมพื้นดินในประเทศจีน ท่าเรือขนส่งสินค้าทางทะเลทุกทางสู่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งตัวเขื่อนมีความสูง 185 เมตร ความกว้างสันเขื่อน 115 เมตร ความยาวสันเขื่อน 2335 เมตร ระบายน้ำล้นได้ 1.16 แสนล้านลูกบาศก์เมตร/วินาที มีพื้นที่รับน้ำกว่า 1 ล้าน ตารางเมตร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 1820 KW – 22500 KW/ชั่วโมง สามารถกระจายไฟฟ้าได้ถึง 9 มณฑล 2 เมือง

แม้จะเป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าภูมิใจและมีประโยชน์มากมายก็จริง แต่ในระยะการสร้างที่ยาวนานก็ต้องเจอกับคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา เนื่องจากเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ทำให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียงจำนวนไม่น้อยต้องย้ายถิ่นฐาน หรือพูดเข้าใจง่ายคือหมู่บ้านกว่า 100 แห่ง พื้นที่ดินที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีนกว่า1,350 แห่งต้องจำอยู่ภายใต้แม้น้ำหรือเขื่อนแห่งนี้ประชากรที่ประสบปัญหาทั้งสิ้น 1.3 ล้านคนและไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นสาเหตุที่เกิดทำให้โลมาแม่น้ำและปลาสเตอร์เจียนที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำแยงซีเกียงเกือบสูญพันธ์มาแล้ว จึงกลายเป็นข้อขัดแย้งโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษย์ชน และการกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประเด็นที่เป็นจุดวิจารณ์มากที่สุดคือการคอร์รัปชั่นจากการสร้างโครงการซึ่งจะทำให้คุณภาพโครงสร้างของเขื่อนมีคุณภาพต่ำซึ่งทางสื่อข่าวจีนกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เรื่องราวเกี่ยวกับภัยพิบัติใหญ่เหมือนสะพานฉงชิ่งที่ได้พังถล่มลงในครั้งหนึ่งนานมาแล้วทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน ซึ่งสื่อข่าวจีนกลัวว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเขื่อนที่ถือว่าเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดอาจมีผลกระทบทำให้ประเทศจีนมากกว่าครึ่งได้รับความเสียหายและความสูญเสียร้ายแรงที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยมีมา

แต่ถึงอย่างไร ณ ปัจจุบัน เขื่อนยักษ์แห่งนี้ ก็ได้ดำเนินการสร้างเสร็จแล้วในปี ค.ศ.2011 ซึ่งหลังการสร้างเขื่อนเสร็จสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า ช่องทางการคมนาคม ท่าต่อเรือ หรืออื่นๆ แต่กระนั้นก็ยังข่าวออกมาว่า การสร้างเขื่อนแห่งนี้เป็นการสร้างเขื่อนที่รับน้ำหนักน้ำเป็นจำนวนมหาศาลจนทำให้แกนโลกเกิดการเอียงกันเลยทีเดียว และอีกประการหนึ่งคือ การใช้เวลาการสร้างที่ยาวนานกินเวลาทั้งหมดกว่า 15ปี จนถึงปัจจุบัน ที่มนุษย์เปลี่ยนรูปแบบความต้องการเป็นการมองหากลุ่มพลังงานหมุนเวียน รูปแบบใหม่ๆ การพัฒนาความต้องการและวิฒนาการแปลกใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆของมนุษย์ซึ่งซักวันเขื่อนอาจหลงเหลือแค่เพียงชื่อที่ว่า อนุสาวรีย์แห่งความทะเยอทะยาน ที่มีผลกระทบต่อแกนโลกเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์และความทรงจำ

4 6

ล้อรถแห่งความเหนือชั้น สร้างสำหรับยานยนต์ที่เร็วเหนือเสียง

ในการผลิดล้อรถยนต์ที่ดีที่สุด และ เหนือชั้นที่สุด เพื่อรองรับยานยนต์ที่เร็วที่สุด ได้เข้าสู่ขั้นตอนการผลิตขึ้นแล้ว โดยการศึกษาทั้งไททาเนียม หรือ วัสดุผสมคาร์บอนต่างๆ มาวิเคราะ แต่แผ่นอลูมิเนียม ที่มีส่วนผสมเล็กของสังกะ ทองแดง และ แมงกานีส ได้ถูกเลือกใช้ เพื่อทำลายสถิติยานยนต์ที่วิ่งบนพื้นดินได้เร็วที่สุด สำหรับความเร็วสูงสุดที่เคยทำมาอยู่ทีความเร็ว 1,211.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเป็นล้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 90 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 91 กิโลกรัม ซึ่งสามารถทนความเร็วในการหมุน 170 รอบต่อวินาที ในกรณีที่ความเร็วสูงสุด ผลจากการคำนวณจะเกิดแรงเหวี่ยงที่ขอบล้อถึง 50,000 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลก นั่นหมายความว่า การหมุนที่ความเร็วสูงสุด จะเกิดแรงที่กระทำกับล้อรถมากกว่าตัวน้ำหนักรถซักอีก

สุดยอดให้ล้อรถยนต์
ในการที่ชิ้นส่วนบางชิ้น หรือ เครื่องยนต์บางชิ้นเกิดปัญหาในการทำงาน คนขับยังคงสามารถที่จะ ฉลอ หรือ หยุดรถลงได้ แต่ในกรณีที่ล้อมีปัญหา จะส่งผลให้เกิดการชน หรือ พลิกคว่ำได้ ดังนั้น ในการออกแบบ และ ประสิทธิภาพในการทำงานของล้อ จึงเป็นภาระกิจที่สำคัญยิ่ง สำหรับยานยนต์ที่เร็วที่สุดคันนี้ ถูกออกแบบให้ใช้เครื่องยนต์ยูโรไฟท์เตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ชนิดเดียวที่ใช้กับจรวด ซึ่งจะทำให้ยานยนต์ที่วิ่งบนพื้นดินนี้ ผ่านกำแพงความเร็วเหนือเสียงที่ 1,610 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2016 สำหรับรถแข่งกลุ่ม F1 จะมีการหมุนประมาณ 2,500 รอบต่อนาที แต่ในกรณีนี้การหมุนจะเกิดที่ 10,500 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นการยากที่จะคาดการณ์ผลที่จะออกมาได้ และ เมื่อถึงจุดที่ประสิทธิภาพของล้อรถที่ทนได้ ก็จะเกิดการเปลี่ยนรูป และ จะมีผลกับยางรถยนต์ที่จะเปลี่ยนรูปไปด้วยในทันที ไม่เพียงล้อรถที่จะทนแรงเหวี่ยงสูงสุดได้แล้ว ยังต้องสามารถทนการกระทบ แม้เพียงก้อนกรวดเล็กๆ ที่จะมาตกกระทบที่ความเร็วสูงสุดนั้น ก็มีผลอย่างยิ่งยวดกับการออกแบบนี้ ในการทดสอบจึงต้องจัดลานวิ่งให้เรียบที่สุด ซึ่งแม้แต่เม็ดกรวดที่มีขนาดใหญ่กว่าเม็ดถั่วก็ต้องเอาออก เพราะก็กระเด็นของเศษกรวดจากล้อรถด้านหน้า จะมีความเร็วเทียบเท่ากับกระสุนเลยทีเดียว
ในโลกของวิศวกรรม รถล้อแห่งโลกของอนาคต ได้อยู่ในขั้นตอนการผลิตขึ้นแล้ว เพื่อทำลายสถิติความเร็วที่ผ่านมา และ ต้องการทำลายสถิติกำแพงเสียง หรือ ยานยนต์ที่วิ่งเร็วเหนือเสียง